ดร. พัทธนันท์ เพชรเชิดชู

คณบดี วิทยาลัยธุรกิจเชิงนวัตกรรมและการบัญชี

จากหนังสือพิมพ์มติชน เดือนกรกฎาคม 2559

ดร. พัทธนันท์ เพชรเชิดชู คณบดี วิทยาลัยธุรกิจเชิงนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเศษฐกิจภายใต้ โมเดล Thailand 4.0 โดยใช้นวัฒนกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน บธม. ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาพร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลผลิตคนเพื่อตอบโจทย์โมเดล Thailand 4.0 โดยใช้คณะบริหารธุรกิจ บัญชี เศรษฐศาสตร์ และ วิทยาลัยนานาชาติ เป็นตัวขับเคลื่อนโดยการบริหารจัดการ จะเป็นรูปแบบของ Innovative management ล้อกับ Thailand 4.0 ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกคณะและทุกสาขาวิชา ภายใต้การใช้ทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นใหม่คือ College of Innovative Business and Accountancy หรือ CIBA โดยประมาณเดือนสิงหาคมนี้จะมี Event ใหม่นี้เปิดตัว CIBA อย่างเป็นทางการ ซึ่งรูปแบบการบริหารจะมีคณบดีเป็นผู้บริหารสูงสุด มีทีม Project Manager ดูแลและพัฒนาหลักสูตร แต่ละหลักสูตร โดยคัดเลือกผู้ที่มีสไตล์การทำงานแบบมีนวัตกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ ตื่นตัวในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งทีมงานบริหารทั้งหมดจะเลือกจากคนใน และส่วนหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรหรือจากธุรกิจที่มีนวัตกรรม มาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน

ดร. พัทธนันท์ กล่าวถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนของ CIBA ว่า เปิดสอนทั้งหลักสูตรไทย หลักสูตร International program หลักสูตร Bilingual และ Trilingual มีฝ่ายพัฒนาหลักสูตร ซึ่งใน CIBA จะไม่เรียกการพัฒนาหลักสูตรแบบเดิม แต่จะเป็นเหมือน Product Development หรือ Product Design เหมือนภาคธุรกิจ ซึ่งทุกหลักสูตรจะถูกออกแบบให้เป็นหลักสูตร เชิงนวัตกรรม เช่น นวัตกรรมการตลาด นวัตกรรมการเงิน นวัตกรรมทางระบบบัญชี โดยเนื้อหาหลักสูตร และวิชาต่าง ๆ ต้องตอบโจทย์ธุรกิจที่มีนวัตกรรม ส่วนการเรียนการสอนเป็นการบูรณาการข้ามศาสตร์ หรือข้ามคณะ เช่นนักศึกษาบัญชี สามารถเรียนวิชาของการตลาด เศรษฐศาสตร์ โดยแต่ละสาขาวิชา จะจัดเป็น Packet แต่ละ Packet จะมีวิชาต่าง ๆ ให้เลือก และการเรียนการสอนจะไม่จำกัดเฉพาะทฤษฎีในห้องเรียน แต่จะให้นักศึกษาได้ออกไปสัมผัสสถานการณ์จริง จากธุรกิจที่มีนวัตกรรม และการฝึกสหกิจศึกษา เป็นเวลา 1 ปี จบแล้วสามารถทำงานได้เลย

คณบดี กล่าวต่อว่านอกจากนวัตกรรมด้านหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนแล้ว ที่ขาดไม่ได้คือการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดเชิงนวัตกรรมให้นักศึกษา ผ่าน life style campus ทุกอย่างในวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบ IT โต๊ะเรียน ห้องเรียน จะถูกออกแบบให้สามารถกระตุ้นนักศึกษา ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และสร้างนวัตกรรมได้ ซึ่งบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง google ได้ทำแล้ว และการที่เราดึงวิทยาลัยนานาชาติ (DPU International college) ให้มาอยู่กับ CIBA นอกจากเด็กไทยจะได้เลือกเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษร่วมกับเด็กนานาชาติแล้ว ยังได้เรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมกับเด็กในอาเซียนซึ่งตอนนี้มีเด็กจากทุกประเทศที่มาเรียนกับเรามากมายหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน กัมพูชา สวีเดน ผรั่งเศส ฯลฯ ซึ่งทุกคนจะได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ทั้งภาษาและวัฒนธรรม เป็นแรงงานที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

“รัฐบาลใช้นวัตกรรมขับเคลื่อน Thailand 4.0 ดังนั้นการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนของ CIBA ก็จะใช้นวัตกรรมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี การเงิน การตลาด การบริหารบุคคล ลอจิสติกส์ ทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบของธุรกิจจะต้องใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการขับเคลื่อน สำหรับประเด็นด้าน Innovation and Technology ตอนนี้ที่มาแรง อย่างเช่น Big data / Fintech / Disruptive technology นั้น เป็น Innovation ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าในกลุ่มหนึ่งที่มี Demand เฉพาะ แต่วันหนึ่งเมื่อ Innovation สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้แล้ว จะทำให้ Provider เหล่านี้ กลับกลายเป็นผู้มีอิทธิพล โดยปลาเล็กอาจจะสามารถตีปลาใหญ่ให้ตายได้เลย ที่เราเห็นกันอยู่ในขณะนี้ คือ Fintech ที่เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่พร้อมจะตีระบบการให้บริการแบบเดิมๆให้ตายไปจากตลาด ซึ่งในการจัดการเรียนการสอนของเราในทุกหลักสูตรจะบูรณาการนวัตกรรมและกรณีศึกษาเหล่านี้ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ เมื่อจบไปเด็กเหล่านี้จะมีลุคส์ของคนทำงานหรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ” คณบดี CIBA กล่าวในที่สุด