ก้าวทันยุค 4.0 กับหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) เพื่อตอบโจทย์นักบริหารยุคดิจิทัล

Share with:


ในอนาคตจะเป็นโลกแห่งธุรกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ หลักสูตรบริหารธุรกิจ(MBA) ต้องมีการปรับเนื้อหารายวิชาและกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถสร้างผู้บริหารในอนาคตที่สามารถตอบโจทย์โลกธุรกิจในยุคดิจิทัลได้ เนื่องจากผู้บริหาร จะต้องขับเคลื่อนกลยุทธ์ขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยต้องผนวกเทคโนโลยี เข้ากับทฤษฎีและแนวคิทางธุรกิจ เพื่อปรับเข้ากับกิจกรรมในสายงานธุรกิจต่างๆ ในการแปลงองค์กรให้ไปสู้ความลีน (Lean transformation) อันก่อให้เกิดระบบนิเวศ (Ecosystems) ที่สนับสนุนความอยู่รอดขององค์กร

การเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ไปสู่ความลีนในสายงานการเงินนั้น มหาบัณฑิตในหลักสูตรบริหารธุรกิจ (MBA) ควรต้องมีมุมมองในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อบริหารจัดการเงินและเงินทุน โดยต้องสามารถผสมผสานเทคโนโลยี กับกระบวนการทางการเงินหรือแนวคิดทางการเงิน เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้ธุกิจสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว โดยประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนที่ต้องเสียไป ในการเป็นผู้บริหารในยุคดิจิทัลนั้น ต้องมองเห็นโอกาสในการนำ Financial technology และเครื่องมือทางการเงินในรูปแบบใหม่ รวมทั้งการระดมทุนแบบ peer-to-peer หรือแบบCrowdfunding มาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กร เพื่อที่จะสามารถวางแผนกลยุทธ์ด้านการเงินที่เหมาะสม

ในสายงานการตลาดนั้น มหาบัณฑิตต้องเรียนรู้ถึงเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ ที่ใช้งานด้านการตลาด การใช้ AR VR หรือ AI ในงานด้านการตลาด อาจจะทำให้ต้นทุนบางอย่างมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ผู้บริหารก็ต้องเรียนรู้จิตวิทยาของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคบางครั้ง จะดูรายละเอียดสินค้าทาง Online Shop เพื่อหาข้อมูลด้านราคาและลักษณะผลิตภัณฑ์ และจะไปที่ Outlet เพื่อทดสอบการใช้งานจริง แต่การซื้ออาจจะไปซื้อที่Online Shop หากมีราคาที่ถูกกว่า

นอกจากนี้ ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัลนั้น มหาบัณฑิตต้องเรียนรู้แนวคิดการจัดการองค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากลักษณะของคนในสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นมนุษย์ดิจิทัล มีมุมมองและแนวคิดที่ต่างจากคนในยุค (Generation) เดิม รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้แก่คนในสายพันธุ์ใหม่ การบริหารและพัฒนาบุคลากรในวัฒนธรรมใหม่ ที่เกิดจากการที่คนทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ (Human-robot interaction)

อนึ่ง มหาบัณฑิตต้องเรียนรู้การบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสมัยใหม่ที่จะทวีความสำคัญขึ้น เนื่องจากการเติบโตของ E-commerce นอกจากนี้ในโลกธุรกิจดิจิทัลมหาบัณฑิตยังต้องเรียนรู้เทคนิคและเทคโนโลยีที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ (Data Analytics) ที่ผสมผสานข้อมูลการเงิน ข้อมูลบัญชี และข้อมูลการตลาด เพื่อให้ได้ข้อมูลในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทำให้คาดการณ์อนาคตได้รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น

เครติต: หนังสือ mbamagazine No.207 Vol.19 Mar-Apr 2017

ทั้งนี้ มหาบัณฑิตหลักสูตร MBA แบบใหม่ จะต้องมีความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามโลกดิจิทัล แต่ไม่ได้มหายความว่าจะต้องเป็นผู้ใช้เทคในโลยีจนเชี่ยวชาญ แต่ควรมีมุมมองในการเลือกว่า จะประยุกต์เทคโนโลยีเหล่านี้ในส่วนไหนขององค์กรเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเพื่อช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจ Lean นั้นมหายความว่าธุรกิจจะได้รับประโยชน์และลดต้นทุนในระยะยาว  ไม่ว่าจะเป็นทั้งต้นทุนที่เป็นตัวเงิน และต้นทุนที่ไม่ใช่ตัวเงิน

กล่าวโดยสรุป หลักสูตร MBA ในแนวใหม่เพื่อตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัลนั้น จะมีแก่นความรู้ (Knowledge theme) ที่เปลี่ยนแปลงไปอันเป็นผลจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดนมหาบัณฑิตนอกจามีความรู้แล้ว ยังต้องมีทักษะในการแสวงหาความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ในโลกธุรกิจ นั้นมหายความว่า ทักษะที่มหาบัณฑิตในหลักสูตรMBA พึงมีนั้น โดยพื้นฐานแล้วจะยังคงเหมือนเดิม คือทักษะในการคิดวิเคราะห์ (Analytical skills) ทักษะในการสื่อสาร (communications skills) แต่ทักษะที่จะทวีความสำคัญมากขึ้นคือทักษะในการริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ(Ideation skills) มีความกล้าที่จะคิดต่างและนำเสนอความคิด นอกจากทักษะดังกล่าวแล้ว นักศึกษาจะต้องมีทักษะในการพัฒนาปรับตัว (Adaptive skills) รวมทั้งทักษะในการสร้างเครือข่าย (Network skills) ทักษะเหล่านี้จะเป็นส่วนเสริมกัน ซึ่งเป็นทักษะที่ชูธงนำหน้าในยุคดิจิทัลนี้ ทั้งนี้หลักสูตรMBA จึงต้องเอื้อต่อการสร้างทักษะเหล่านี้ ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ การสร้างกิจกรรม และรวมทั้งการจัดให้มี Tools และ Techniques ที่จะส่งเสริมทักษะในด้านดังกล่าว